ค้นหา:
 
     
ภาษาไทย | English
  หน้าแรก   ทนายความ   เว็บบอร์ด   เกี่ยวกับเรา   บทความ   วิธีการชําระเงิน   ติดต่อเรา
   เข้าสู่ระบบ!!    Mobile        รถเข็น      
สถิติของเวบไซต์

เปิดเวบเมื่อ 03/02/2549
ปรับปรุงเวบเมื่อ 07/10/2561
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 500

หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (500)
ผู้บริหารสภาทนายความ (ปี พศ. 2553-2556 )
ผู้บริหารสภา (ภูมิภาค) ปี พศ. 2548-2551
ทนายความประเทศไทย
ทนายความเอเชีย
ทนายความทั่วโลก
ทนายความอาเซียน
สมาชิกเครือข่ายทนายความ
คดีอาญา
คดีคนต่างด้าว(คนเข้าเมือง)
คดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง
คดีการก่อการร้าย
คดีความผิดต่อการปกครอง
คดีความผิดต่อเจ้าพนักงาน
คดีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
คดีเกี่ยวกับการยุติธรรม
คดีเกี่ยวกับศาสนา
คดีเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน
คดีก่อให้เกิดภยันตราย
คดีการปลอมและการแปลง
คดีความผิดเกี่ยวกับเงินตรา
คดีเกี่ยวกับดวงตราแสตมป์ และตั๋ว
คดีความผิดเอกสาร
คดีความผิดบัตรอิเลคทรอนิกส์
คดีความผิดหนังสือเดินทาง
คดีความผิดเกี่ยวกับการค้า
คดีความผิดเกี่ยวเพศ
คดีความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
คดีความผิดฐานทำให้แท้งลูก
คดีทอดทิ้งเด็กคนป่วยเจ็บหรือคนชรา
คดีความผิดต่อเสรีภาพและชื่อเสียง
คดีความผิดฐานเปิดเผยความลับ
คดีหมิ่นประมาท
คดีลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์
คดีกรรโชกทรัพย์
คดีรีดเอาทรัพย์
คดีชิงทรัพย์
คดีปล้นทรัพย์
คดีความผิดฐานซ่องโจร
คดีฉ้อโกง
คดีฉ้อโกงเจ้าหนี้
คดีความผิดฐานรับของโจร
คดีความผิดฐานยักยอกทรัพย์
คดีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
คดีความผิดฐานบุกรุก
คดียาเสพติด (ยาบ้า)
คดีหมิ่นประมาท
คดีทรัพย์สินทางปัญญา
คดีภาษีอากร
อนุญาโตตุลาการ
คดีองค์กรธุรกิจ
คดีครอบครัว
คดีสิ่งแวดล้อม
คดีที่ดิน
คดีล้มละลาย
คดีมรดก
คดีผิดสัญญาเช่าซื้อ
คดีผิดสัญญาซื้อขาย
คดีหนี้สภาบันการเงิน
คดีประกันชีวิต
คดีประกันภัย (รถยนต์)
คดีแรงงาน
คดีเกี่ยวกับกิจการโทรคมนาคม
คดีการค้าระหว่างประเทศ
คดีกู้ยืม
คดีบัตรเครดิต
คดีก่อสร้าง
คดีนิติบุคคล - อาคารชุด
คดีประกันภัยทางทะเล
ที่ปรึกษากฎหมายและธุรกิจ
คดีผิดสัญญา
คดีละเมิด
คดีกู้ยืม-จำนองทรัพย์สิน
คดีตั๋วเงิน (เช็ค)
บังคับคดี
อุทธรณ์ - ฎีกา
คดีเลือกตั้ง
คดีปกครอง
คดีมรดก
คดีนิติบุคคลอาคารชุด
คดีคุ้มครองผู้บริโภค
คดีเกี่ยวกับบุคคล
เพิกถอนการให้
คดีผิดสัญญาจ้างทำของ
ผิดสัญญาจ้างขนสินค้า
ผิดสัญญารับฝากทรัพย์
ผิดสัญญาค้ำประกัน
ผิดสัญญาจำนอง
ทนายความจังหวัดอำนาจเจริญ
ทนายสุวิทย์ สีบุญ
ทนายความจังหวัดอ่างทอง
ทนายความกรุงเทพมหานคร
ทนายความจังหวัดบึงกาฬ
ทนายความจังหวัดเบตง
ทนายความจังหวัดบุรีรัมย์
ทนายความจังหวัดฉะเชิงเทรา
ทนายความจังหวัดชัยนาท
ทนายความจังหวัดชัยภูมิ
ทนายความจังหวัดจันทบุรี
ทนายความจังหวัดเชียงใหม่
ทนายความจังหวัดเชียงราย
ทนายความจังหวัดชลบุรี
ทนายความจังหวัดชุมพร
ทนายความจังหวัดกาฬสินธุ์
ทนายความจังหวัดกำแพงเพชร
ทนายความจังหวัดกาญจนบุรี
ทนายความจังหวัดขอนแก่น
ทนายความจังหวัดกระบี่
ทนายความจังหวัดลำปาง
ทนายความจังหวัดลำพูน
ทนายความจังหวัดเลย
ทนายความจังหวัดลพบุรี
ทนายความจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ทนายความจังหวัดมหาสารคาม
ทนายความจังหวัดมุกดาหาร
ทนายความจังหวัดนครนายก
ทนายความจังหวัดนครปฐม
ทนายความจังหวัดนครพนม
ทนายความจังหวัดนครราชสีมา
ทนายความจังหวัดนครสวรรค์
ทนายความจังหวัดนครศรีธรรมราช
ทนายความจังหวัดน่าน
ทนายความจังหวัดนราธิวาส
ทนายความจังหวัดหนองบัวลำภู
ทนายความจังหวัดหนองคาย
ทนายความจังหวัดนนทบุรี
ทนายความจังหวัดปทุมธานี
ทนายความจังหวัดปัตตานี
ทนายความจังหวัดพังงา
ทนายความจังหวัดพัทลุง
ทนายความจังหวัดพะเยา
ทนายความจังหวัดเพชรบูรณ์
ทนายความจังหวัดเพชรบุรี
ทนายความจังหวัดพิจิตร
ทนายความจังหวัดพิษณุโลก
ทนายความจังหวัดแพร่
ทนายความจังหวัดอยุธยา
ทนายความจังหวัดภูเก็ต
ทนายความจังหวัดปราจีนบุรี
ทนายความจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ทนายความจังหวัดระนอง
ทนายความจังหวัดระยอง
ทนายความจังหวัดราชบุรี
ทนายความจังหวัดราชบุรี
ทนายความจังหวัดร้อยเอ็ด
ทนายความจังหวัดสระแก้ว
ทนายความจังหวัดสกลนคร
ทนายความจังหวัดสมุทรปราการ
ทนายความจังหวัดสมุทรสาคร
ทนายความจังหวัดสมุทรสงคราม
ทนายความจังหวัดสระบุรี
ทนายความจังหวัดสตูล
ทนายความจังหวัดสิงห์บุรี
ทนายความจังหวัดศรีสะเกษ
ทนายความจังหวัดสงขลา
ทนายความจังหวัดสุโขทัย
ทนายความจังหวัดสุพรรณบุรี
ทนายความจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ทนายความจังหวัดสุรินทร์
ทนายความจังหวัดตาก
ทนายความอำเภอตะกั่วป่า
ทนายความจังหวัดตรัง
ทนายความจังหวัดตราด
ทนายความจังหวัดอุบลราชธานี
ทนายความจังหวัดอุดรธานี
ทนายความจังหวัดอุทัยธานี
ทนายความจังหวัดอุตรดิตถ์
ทนายความจังหวัดยะลา
ทนายความจังหวัดยโสธร
หนังสือกฎหมาย
กฎหมายและพระราชบัญญัติ
เนติบัณฑิตยสภา
ปริญญาโทด้านกฎหมาย
สถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูง (อาจารย์ & สมาชิก)
เวปมาสเตอร์
สมาชิกใหม่
กฎหมาย
สำนักงานทนายความ

บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
แจ้งการชำระเงิน

จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

เว็บลิงค์
ตรวจคนเข้าเมืองออนไลน์
พินัยกรรมออนไลน์
จัดการมรดกออนไลน์
กฎหมายไทย
หนังสือกฎหมายไทย
ทนายความอาเซียน
ทนายความประเทศไทย
ทนายความทั่วโลก
สภาทนายความ
สถานทูตต่างประเทศในไทย
สถานทูตไทยในต่างประเทศ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
ศาลยุติธรรม
ศาลทรัพย์สินทางปัญญา
ศาลภาษีอากรกลาง
ศาลแรงงานกลาง
กรมราชทัณฑ์
โรงพยาบาลในประเทศไทย
กรมบังคับคดี
วีซ่า อเมริกา
ราชกิจจานุเบกษา
ข่าวหนังสือพิมพ์วันนี้
ค้นหาฎีกา
แปลไทย-อังกฤษ
รหัสไปรษณีย์
หลักสูตรการเรียนกฎหมายชั้นสูง (วิชา)
อสังหาริมทรัพย์ในอเมริกา
Video Link
หมอดูออนไลน์
กอล์ฟ
ประกันชีวิตและทรัยพ์สิน

Ẻͺ͹Ź
วัตถุประสงค์เข้าเยี่ยมเวปนี้
ค้นหาทนายความ
ค้นหากฎหมาย




สายด่วนทนายความ 089-226-8899

สินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >>> ทนายความจังหวัดอำนาจเจริญ

ทนายความจังหวัดอำนาจเจริญ

สายด่วนทนายความจังหวัดอำนาจเจริญ 089-226-8899
จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ซึ่งมีประวัติศาสตร์มาอย่าง

ยาวนานจากการค้นพบแหล่งชุมชนโบราณ โบราณสถานและโบราณวัตถุตามที่กรมศิลปากร ค้น

พบและสันนิษฐานไว้ตามหลักฐานทางโบราณคดี(ใบเสมาอายุราว 1000 ปี) และได้ตั้งเป็นเมือง

มานานหลายร้อยปี โดยมีการจัดตั้งขึ้นเป็นจังหวัดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2536 พร้อมกับ

จังหวัดหนองบัวลำภูและจังหวัดสระแก้ว เดิมเป็นอำเภอในจังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย

อำเภออำนาจเจริญ (ปัจจุบันคึออำเภอเมืองอำนาจเจริญ) อำเภอชานุมาน อำเภอปทุมราชวงศา 

อำเภอพนา อำเภอหัวตะพาน อำเภอเสนางคนิคม และกิ่งอำเภอลืออำนาจ (ปัจจุบันคืออำเภอลือ

อำนาจ) คำว่าอำนาจเจริญเป็นภาษาเขมร มีความหมายตามตัว คือ อำนาจเจริญ เมืองที่มีสมญา

นามว่า เมืองข้าวหอมโอชา ถิ่นเสมาพันปี

อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดยโสธรและจังหวัดมุกดาหาร
ทิศตะวันออก ติดต่อกับประเทศลาว (โดยมีแม่น้ำโขงไหลคั่น) และจังหวัดอุบลราชธานี
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดอุบลราชธานี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดยโสธร

ประวัติศาสตร์
เมื่อปี พ.ศ. 2357 เจ้าพระพรหมวรราชสุริยวงศ์ เจ้าเมืองอุบลราชธานีคนที่ 2 ได้มีใบบอกลงไป

กราบทูลพระกรุณาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ขอพระราชทานตั้งบ้านโคกก่งดง

พะเนียง เป็นเมืองเขมราษฎร์ธานี พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยจึงทรงพระกรุณา

โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านโคกก่งดงพะเนียงเป็นเมืองเขมราษฎร์ธานี ตามที่พระพรหมวรราชสิริยวง

ศากราบทูล และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อุปฮาดก่ำ บุตรชายคนโตของพระวอจากเมือง

อุบลราชธานี มาเป็นเจ้าเมืองเขมราษฎร์ธานี ได้รับสถาปนาเป็นพระเทพวงศา (ก่ำ) (2357-2369)

ต่อมาในปี พ.ศ. 2369 เกิดศึกระหว่างกรุงเทพมหานครกับกองทัพเจ้าอนุวงศ์ เจ้านครจำปาศักดิ์ได้

ยกทัพมายึดเมืองเขมราษฎร์ธานี ขอให้พระเทพวงศา (ก่ำ) เข้าเป็นพวกด้วย แต่พระเทพวงศาไม่

ยอมจึงถูกประหารชีวิต พระเทพวงศา (ก่ำ) มีบุตร 4 คน บุตรชายคนหนึ่งคือพระเทพวงศา (บุญ

จันทร์) มีบุตรชาย 2 คน คือ ท้าวบุญสิงห์และท้าวบุญชัย ต่อมาท้าวบุญสิงห์ได้เป็นเจ้าเมืองเขม

ราษฎร์ธานี มียศเป็นพระเทพวงศา (บุญสิงห์) มีบุตรชาย 2 คน คือ ท้าวเสือและท้าวพ่วย ต่อมา

ท้าวพ่วยได้รับการแต่งตั้งเป็นท้าวขัตติยะ และเป็นเจ้าเมืองเขมราษฎร์ธานีลำดับที่ 5 ตำแหน่งพระ

เทพวงศา (พ่วย) ส่วนท้าวเสือได้รับยศเป็นท้าวจันทบุฮมหรือจันทบรม ต่อมาในปี พ.ศ. 2401 ได้

กราบบังคมทูลยกฐานะบ้านค้อใหญ่ (ปัจจุบันอยู่ในท้องที่อำเภอลืออำนาจ) ขึ้นเป็นเมือง พระ

บาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะบ้านค้อใหญ่ขึ้นเป็น

เมือง ให้ชื่อว่า เมืองอำนาจเจริญ เมื่อ พ.ศ. 2401 และโปรดเกล้าฯ ให้ท้าวจันทบรม (เสือ) เป็นเจ้า

เมือง มียศเป็นพระอมรอำนาจ (สายสกุลอมรสิน) ดังปรากฏตราสารตั้งเจ้าเมืองอำนาจเจริญ

เมืองอำนาจเจริญจึงได้รับการสถาปนาเป็นเมืองตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา โดยขึ้นการบังคับบัญชา

ของเจ้าเมืองเขมราษฎร์ธานี โดยมีท้าวจันทบุรม (เสือ) มีพระอมรอำนาจ ซึ่งเป็นบุตรชายของ

พระเทพวงศา (ท้าวบุญสิงห์) เจ้าเมืองเขมราษฎร์ธานี และเป็นหลานเจ้าพระวอ เจ้าเมือง

อุบลราชธานี เป็นเจ้าเมืองอำนาจเจริญคนแรก นับว่าเมืองอำนาจเจริญเป็นเชื้อสายของเจ้าพระ

วอพระตาโดยตรง

ต่อมา ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงปฏิรูปการปกครองให้เข้าสู่ระบบ

การบริหารราชการแผ่นดินแบบยุโรปตามแบบสากล เป็นเทศาภิบาล เมื่อ พ.ศ. 2429-2454 โดยยก

เลิกการปกครองแบบเดิมที่ให้มีเจ้าเมือง พระอุปราช ราชวงศ์ และราชบุตร ที่เรียกว่า อาญาสี่

นับแต่ปี พ.ศ. 2429-2454 ได้ยกเลิกการปกครองแบบเก่า คือ ยกเลิกตำแหน่งอาญาสี่สืบสกุลในการ

เป็นเจ้าเมืองนั้นเสีย จัดให้ข้าราชการจากราชสำนักในกรุงเทพมหานครมาปกครอง เปลี่ยนชื่อ

ตำแหน่งผู้ปกครองจากเจ้าเมืองมาเป็นผู้ว่าราชการเมืองแทน และปรับปรุงการปกครองหัวเมือง

มณฑลอีสาน จึงยุบเมืองเล็กเมืองน้อยรวมเป็นเมืองใหญ่ ยุบเมืองเป็นอำเภอ เช่น เมืองเขม

ราษฎร์ธานี เมืองยศ (ยโสธร) เมืองฟ้าหยาด (มหาชนะชัย) เมืองลุมพุก (คำเขื่อนแก้ว) เมืองขุหลุ 

(ตระการพืชผล) เมืองอำนาจเจริญ ไปขึ้นการปกครองกับเมืองอุบลราชธานี ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา 

อำเภออำนาจเจริญ จึงได้แต่งตั้งนายอำเภอปกครอง

นายอำเภอคนแรก คือ รองอำมาตย์โทหลวงเอนกอำนาจ (เป้ย สุวรรณกูฏ) พ.ศ. 2454-2459 ต่อมา

ประมาณ พ.ศ. 2459 ย้ายตัวอำเภอจากที่เดิม (บ้านค้อ บ้านอำนาจ อำเภอลืออำนาจในปัจจุบัน) มา

ตั้ง ณ ตำบลบุ่งซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองในปัจจุบัน ตามคำแนะนำของพระยาสุนทรพิพิธ เมื่อครั้งดำรง

ตำแหน่งเลขามณฑลอีสาน ได้เดินทางมาตรวจราชการโดยใช้เกวียนเป็นพาหนะ มีความเห็นว่า

หากย้ายอำเภอมาตั้งใหม่ที่บ้านบุ่งซึ่งเป็นชุมชนและชุมทางสี่แยกระหว่างเมืองอุบลราชธานีกับ

มุกดาหาร และเมืองเขมราฐกับเมืองยศ (ยโสธร) โดยคาดว่าจะมีความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปในอนาคต 

โดยใช้ชื่อว่า อำเภอบุ่ง [เสนอแนะย้ายพร้อมกับอำเภอเดชอุดม ย้ายจากเมืองขุขันธ์ (ในเขต

จังหวัดศรีสะเกษปัจจุบัน) มาขึ้นกับจังหวัดอุบลราชธานี] และยุบเมืองอำนาจเจริญเดิมเป็นตำบล

ชื่อว่าตำบลอำนาจ ซึ่งชาวบ้านนิยมเรียกว่า "เมืองอำนาจน้อย" อยู่ในเขตท้องที่อำเภอลืออำนาจ

ในปัจจุบัน ต่อมาในปี พ.ศ. 2482 จึงเปลี่ยนชื่อจากอำเภอบุ่งเป็น "อำเภออำนาจเจริญ" ขึ้นการ

ปกครองกับจังหวัดอุบลราชธานี

ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดอำนาจเจริญ พุทธศักราช 2536 ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 

ธันวาคม พ.ศ. 2536 ตรงกับวันพุธ แรม 3 ค่ำ เดือน 12 ปีระกา ให้แยกอำเภออำนาจเจริญ อำเภอ

ชานุมาน อำเภอปทุมราชวงศา อำเภอพนา อำเภอหัวตะพาน อำเภอเสนางคนิคม และกิ่งอำเภอ

ลืออำนาจ (ปัจจุบันอำเภอลืออำนาจ) รวม 6 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ ออกจากการปกครองจังหวัด

อุบลราชธานีรวมกันขึ้นเป็นจังหวัดใหม่ชื่อว่า จังหวัดอำนาจเจริญ และยกฐานะอำเภออำนาจ

เจริญเป็น อำเภอเมืองอำนาจเจริญ (ราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ หน้า 4-5-6 เล่ม 110 ตอนที่ 125 

ลงวันที่ 2 กันยายน 2536)
เหตุการณ์สำคัญของจังหวัด
เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๘ - ๒๕๒๑ ในพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอเสนางคนิคม อำเภอชานุ

มาน อำเภอเขมราฐ อำเภอดอนตาล และอำเภอเลิงนกทา ได้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองเป็น

พื้นที่สีชมพู ศูนย์กลางขบวนการอยู่ภายในเขตภูสระดอกบัว มีการจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธ เพื่อ

ต่อสู้กับทางราชการ หมู่บ้านที่มีการจัดตั้งกองกำลังมากที่สุดคือ บ้านโพนทอง บ้านโป่งหิน บ้าน

หนองโน บ้านสามโคก บ้านน้อยดอกหญ้า บ้านนาไร่ใหญ่ และบ้านนาสะอาด ทั้งหมดอยู่ใน

เขตอำเภอเสนางคนิคม กองกำลังติดอาวุธอาศัยอยู่ในป่าภูโพนทอง ภูสระดอกบัว ภารกิจหลัก

ของกองกำลังติดอาวุธคือ การหามวลชนเพิ่ม การยึดพื้นที่เพื่อแสดงอำนาจ และขยายอาณาเขต

การทำงาน โดยจัดกำลังเข้าปะทะกับกองกำลังของทางราชการด้วยอาวุธสงคราม

การจัดงานบุญงานประเพณีต่าง ๆ ในเวลานั้นไม่สามารถจัดในเวลากลางคืนได้ จะทำได้เฉพาะ

เวลากลางวันเท่านั้น การพัฒนาต่าง ๆ หยุดชะงักลง

ความขัดแย้งและการต่อสู้ค่อย ๆ ลดลง และยุติการต่อสู้ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒ เหตุผลที่ยุติคือ ทาง

ราชการได้กระจายความเจริญเข้าสู่พื้นที่ ทราบความต้องการและเข้าใจปัญหาของประชาชน ให้

ความช่วยเหลือกลุ่มที่เคยต่อสู้กับทางราชการ โดยการจัดหาที่ทำกินให้ และลดเงื่อนไขแห่งความ

ขัดแย้งต่าง ๆ ลง นอกจากนั้นสัญญาที่พรรคคอมมิวนิส์เคยให้ไว้ แก่ประชาชนที่เข้าร่วมขบวน

การว่า พรรคจะให้เงิน รถไถนา และรถแทรกเตอร์ ตลอดทั้งยศ ตำแหน่งต่าง ๆ เป็นเพียงโฆษณา

ชวนเชื่อ ทำให้กลุ่มผู้หลงผิดไม่เชื่อถือ และกลับใจให้ความร่วมมือกับทางราชการ ตั้งแต่นั้นมา

เหตุการณ์กบฎผีบุญที่อำเภอเสนางคนิคม
ในปี พ.ศ. ๒๔๔๓ เกิดขึ้นที่บ้านหนองทับม้า ก่อนนั้นได้มีข่าวลือไปทั่วแดนอีสานว่า หินกรวด 

ที่อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด จะกลับมากลายเป็นเงินเป็นทอง ทำให้มีคนทั่วทุกสารทิศหลั่ง

ไหลไปที่อำเภอเสลภูมิ ชาวบ้านหนองทับม้า ก็เดินทางไปด้วย และในช่วงเวลาเดียวกัน ก็ได้มี

ข่าวลือแพร่กระจายออกไปว่า ฟักทองน้ำเต้า จะกลับกลายเป็นช้าง เป็นม้า ควายเผือก ควายทุยจะ

กลับมาเกิดเป็นยักษ์กินคน ท้าวธรรมิกราชจะมาเกิดเป็นเจ้าโลก ผู้หญิงที่เป็นโสดให้รีบมีสามี มิ

ฉะนั้นจะถูกยักษ์จับไปกิน บ้านเมืองจะเกิดเภทภัยใหญ่หลวง ข่าวลือนี้ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว

แตกตื่นไปทั่ว

ขณะนั้น ได้มีผู้อ้างตัวเป็นผู้วิเศษ เดินทางมาจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ชื่อ องค์มั่น และองค์เขียว แต่ง

ตัวนุ่งขาวห่มขาวด้วยผ้าจีบต่าง ๆ กัน มีปลอกใบลานเป็นคาถาสวมศีรษะ ปรากฏตัวที่บ้านสะพือ 

อำเภอตระการพืชผล ให้ชาวบ้านมารดน้ำมนต์ และให้ผู้วิเศษเสกคาถาอาคมให้ นอกจากนั้นยังมี

ข่าวอีกกระแสหนึ่งบอกว่า ผู้วิเศษเหล่านั้นได้เตรียมการ จะยกทหารจากเวียงจันทน์เข้ามาตีเมือง

อุบลราชธานี

เมื่อข้าหลวงใหญ่ต่างพระองค์สำเร็จราชการมณฑลลาวกาว ทราบข่าวจึงได้ขอกำลังจากหัวเมือง

ต่าง ๆ มาช่วยจนปราบได้ราบคาบ และจับผู้นำคนสำคัญคือ องค์มั่น กับองค์เขียว มาผูกมัดไว้

บริเวณทุ่งศรีเมือง ถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน คณะตุลาการจึงได้ตัดสินประหารชีวิต โดยตัดหัวเสียบ

ประจานไว้ที่กลางทุ่งศรีเมือง

ส่วนทางเมืองเสนางคนิคมนั้น ก็ได้มีเหตุการณ์คล้าย ๆ กันคือ ได้มีพ่อใหญ่พิมสาร เดินทางมา

จากบ้านด่านหนองสิบ อำเภอเลิงนกทา อ้างว่าเป็นผู้วิเศษ หลอกลวงให้ชาวบ้านโกนหัว ถ้าใคร

ไม่ทำตามยักษ์จะจับเอาไปกิน และหากครัวเรือนใดมีควายเผือก ควายทุยให้เอาไปฆ่าทิ้งเสีย เมื่อ

ทางราชการเมืองอุบล ฯ ทราบข่าวจึงให้ทหารและเจ้าหน้าที่ ออกไปสืบข่าวได้ความว่า ผู้ที่หลอก

ลวงชาวบ้านให้โกนหัวคือ เฒ่าพิมสาร และพ่อใหญ่ทิม จึงจับตัวไปมัดไว้ที่นาหนองกลาง อีกสาม

วันต่อมาก็ถูกประหาร และนำหัวไปเสียบประจานไว้ ทางด้านตะวันออกของวัดโพธาราม

ลักษณะอากาศ
จังหวัดอำนาจเจริญ อยู่ในเขตที่มีปริมาณน้ำฝนค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณน้ำฝน

เฉลี่ยของจังหวัดอื่น ๆ ฤดูฝน จะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเรื่อยไปจนถึงปลายเดือนตุลาคม และ

มักปรากฏเสมอว่าฝนทิ้งช่วงในเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม แต่ระยะเวลาการทิ้งช่วงมักจะ

ไม่เหมือนกันในแต่ละปี และในช่วงปลายฤดูฝน มักจะมีพายุดีเปรสชั่นฝนตกชุกบางปีอาจมีภาวะ 

น้ำท่วมแต่ภาวการณ์ไม่รุนแรงนัก ฤดูหนาว เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุด

ของประเทศ ทำให้ได้รับอิทธิพลลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือก่อนภูมิภาคอื่น อุณหภูมิจะเริ่ม

ลดต่ำลงตั้งแต่เดือนตุลาคมและจะสิ้นสุดปลายเดือนมกราคม ฤดูร้อน ถึงแม้ว่าเคยปรากฏบ่อยครั้ง

ว่าอากาศยังคงหนาวเย็นยืดเยื้อมาจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยส่วนใหญ่แล้วอากาศจะ เริ่ม

อบอ้าว ในเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงประมาณต้นเดือนพฤษภาคมซึ่งอาจจะมีฝน เริ่มตกอยู่บ้าง

ในปลายเดือนเมษายน แต่ปริมาณน้ำฝนมักจะไม่เพียงพอสำหรับการเพาะปลูก นอกจากนั้น

ลักษณะภูมิอากาศทั่วไปคล้ายคลึงกับจังหวัดอื่น ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ จะมีอากาศ

ร้อน ในฤดูหนาวค่อนข้างหนาว ส่วนในฤดูฝนจะมีฝนตกชุก ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือน

พฤศจิกายน พ.ศ. 2541 มีฝนตกประมาณ 106 วัน ปริมาณน้ำฝนวัดได้ 1,297.3 มิลลิเมตร

ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปของจังหวัดเป็นที่ลุ่ม มีเนินเขาเตี้ย ๆ ทอดยาว

ไปจรดกับจังหวัดอุบล ฯ ในเขตอำเภอชานุมาน พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล ประมาณ 

๖๘ เมตร ลักษณะของดิน เป็นดินร่วนปนทราย มีดินลูกรังอยู่บางส่วน สามารถแบ่งลักษณะภูมิ

ประะเทศออกได้เป็นสองบริเวณคือ บริเวณที่ราบสูง ลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบสูง บางส่วนเป็นลูก

คลื่น ลอนตื้น หรือเนินเขาเตี้ย ๆ อยู่ในเขตอำเภอชานุมาน และอำเภอเสนางคนิคม บริเวณที่ราบ 

ลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบถึงลูกคลื่นลอนตื้น เป็นแนวยาวตามทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกอยู่ใน

เขตอำเภอเมือง ฯ อำเภอพนา อำเภอปทุมราชวงศา อำเภอหัวตะพาน และอำเภอลืออำนาจ เทือก

เขา ได้แก่ เทือกเขาภูพาน เป็นเทือกเขาที่ทอดผ่านหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใน

ส่วนที่อยู่ในเขตจังหวัดอำนาจเจริญ จะอยู่ในเขตอำเภอเสนางคนิคม มีลักษณะเป็นเทือกเขาที่

สูงไม่มากนัก เป็นเนินเขาเตี้ยๆ ลักษณะภูมิสัณฐาน แบ่งออกได้เป็นสี่บริเวณด้วยกันคือ บริเวณที่

เป็นสันดินริมแม่น้ำ เกิดจากตะกอนลำน้ำที่พัดมาทับถม สภาพพื้นที่เป็นเนินสันดิน พบบริเวณ

สันดินริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตอำเภอชานุมาน และบริเวณสันดินริมฝั่งลำน้ำเซบาย ในเขตอำเภอ

หัวตะพาน บริเวณที่เป็นแอ่ง หรือที่ราบหลังแม่น้ำ เกิดจากการกระทำของขบวนการน้ำ พบบาง

แห่งเป็นบริเวณลำเซบายของอำเภอหัวตะพาน จะมีน้ำแช่ขังนานในฤดูฝน บริเวณที่เป็นแบบ

ลานตะพักน้ำ เกิดจากการกระทำของขบวนการน้ำมานานแล้ว ประกอบด้วยบริเวณที่เป็นลาน

ตะพักลำน้ำระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง ลักษณะพื้นที่มีทั้งเป็นแบบที่ราบแบบลูกคลื่นลอนลาด 

จนถึงลูกคลื่นลอนชัน จะอยู่ถัดจากบริเวณที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึงขึ้นมา พบได้ในพื้นที่ทั่วไปของ

จังหวัด บางแห่งใช้สำหรับทำนา บางแห่งใช้สำหรับปลูกพืชไร่ ทรัพยากรน้ำ

คำขวัญประจำจังหวัดอำนาจเจริญ
พระมงคลมิ่งเมือง แหล่งรุ่งเรืองเจ็ดลุ่มน้ำ งามล้ำถ้ำศักดิ์สิทธิ์ เทพนิมิตพระเหลา เกาะแก่งเขา

แสนสวย เลอค่าด้วยผ้าไหม ราษฎร์เลื่อมใสใฝ่ธรรม

พระมงคลมิ่งเมือง แหล่งรุ่งเรืองเจ็ดลุ่มน้ำ งามล้ำถ้ำศักดิ์สิทธิ์ เทพนิมิตพระเหลา เกาะแก่งเขา

แสนสวย เลอค่าด้วยผ้าไหม ราษฎร์เลื่อมใสใฝ่ธรรม

ประชากร
ประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดเป็นคนท้องถิ่นเชื้อสายไทย - ลาว และมีคนกลุ่มอื่นที่มีหลายเชื้อ

สาย และภาษาพูดต่างออกไปได้แก่ ชาวภูไท พบในเขตอำเภอชานุมาน และอำเภอเสนางคนิคม 

ส่วยและข่า พบในอำเภอชานุมาน ในชุมชนที่มีการค้าขายหรือในเขตเมือง จะมีคนไทยเชื้อสาย

จีนและญวนปะปนอยู่ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขาย ประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดนับถือ

พระพุทธศาสนา ร้อยละ ๙๗.๕๐ มีวัดในพระพุทธศาสนาอยู่ ๒๖๖ แห่ง นับถือศาสนาคริสต์ ร้อย

ละ ๒.๓๐ และนับถือศาสนาอิสลามน้อยมาก

ภาษาชาวอำนาจเจริญส่วนใหญ่ใช้ภาษาอีสาน เช่นเดียวกับชาวอีสานในจังหวัดอื่น ภาษาอีสานจัด

เป็นประเภทภาษาถิ่นของภาษาไทย ส่วนภาษาเขียนใช้ภาษาไทย และอักษรไทย ถ้าเป็นเอกสาร

โบราณ เช่น หนังสือออก หนังสือก้อน บทสวด และตำนาน นิยมบันทึกด้วยตัวอักษรธรรม เป็น

ภาษาอีสาน ภาษาบาลี สันสกฤต ภาษาขอม และภาษาไทย ภาษาอีสานถิ่นอำนาจเจริญ มีอยู่สาม

สำเนียง ได้แก่ สำเนียงอุบล ฯ สำเนียงบ้านน้ำปลีก และสำเนียงชายแดน สำเนียงอุบล ฯ มี

ลักษณะห้วน น้ำเสียงแข็ง และหนักแน่น สำเนียงบ้านน้ำปลีก มีลักษณะช้า และยืดเสียงท้ายคำ

ให้ยาวออกไป มากกว่าสำเนียงอุบล ฯ ทำให้รู้สึกนุ่มนวลกว่า สำเนียงชายแดน เป็นสำเนียงผสม

ระหว่างสำเนียงอุบล ฯ และสำเนียงลาว ประชาชนที่อยู่ใกล้ชายแดนแถบอำเภอชานุมาน จะมี

สำเนียงลาวผสมอยู่บ้าง ชาวอำนาจเจริญ ส่วนใหญ่พูดสำเนียงอุบล ฯ ภาษาผู้ไท ชาวผู้ไท มีภาษา

ใช้เฉพาะเผ่าคือ ภาษาผู้ไท เป็นภาษาพูด ไม่ปรากฏว่ามีภาษาเขียน ชาวผู้ไทส่วนใหญ่จะพูดได้

ทั้งภาษาอีสาน และภาษาผู้ไท มีหลายหมู่บ้านที่ใช้ภาษาผู้ไทในการสื่อสารประจำวันคือ อำเภอเส

นางคนิคม ที่บ้านนาสะอาด ตำบลเสนางคนิคม อำเภอชานุมาน ในตำบลคำเขื่อนแก้ว มีบ้านคำ

เดือย บ้านเหล่าแก้วแมง และบ้านสงยาง ในตำบลชานุมาน มีบ้านโนนกุง และบ้านหินสิ่ว ใน

ตำบลโคกก่ง มีบ้านหินกอง บ้านบุ่งเขียว บ้านนางาม และบ้านพุทธรักษา ภาษาข่าพวกข่าเป็น

ชาวพื้นเมืองดั้งเดิม ที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ตามสองฝั่งแม่น้ำโขง มีวัฒนธรรมกลมกลืนกับชาวพื้นเมือง

ในท้องถิ่น เช่น พวกส่วย และลาว ชาวบ้านที่ใช้ภาษาข่าคือ ชาวบ้านดงแสนแก้ว และบ้านดงสำราญ 

ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอชานุมาน

สภาพเศรษฐกิจ
โครงสร้างทางเศรษฐกิจขึ้นกับการเกษตรกรรม มีพื้นที่ถือครองทางการเกษตร รวมทั้งสิ้น 

1,021,798 ไร่ หรือประมาณร้อยละ 51.72 ของเนื้อที่ทั้งหมด

การทำนา พื้นที่นาถือครองมีสัดส่วน 869,574 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 85.10 ของพื้นที่ถือครองทำการ

เกษตร เป็นพื้นที่เก็บเกี่ยว 558,530 ไร่ ผลผลิตรวมประมาณ 83,821 ตัน

การปลูกพืชไร่ มีการปลูกพืชไร่รวมพื้นที่ประมาณ 7,825 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 7.65 ของพื้นที่ถือ

ครองทำการเกษตร

พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิ มันสำปะหลัง ปอแก้ว ถั่วลิสง การอุตสาหกรรม

ส่วนใหญ่เป็นโรงสีข้าว และอุตสาหกรรมในครัวเรือน

เอกลักษณ์ประจำจังหวัด

พระมงคลมิ่งเมือง
เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีสรรพอาถรรพ์ เป็นมิ่งมงคลควรแก่การเคารพบูชาแก่ปวงชนทั่วไป 

เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวอำนาจเจริญโดยแท้ ประดิษฐานอยู่ที่เขาดานพระบาทซึ่ง

เป็นที่ตั้งพุทธสถานอันศักดิ์สิทธิ์มาแต่ดึกดำบรรพ์ อยู่ติดถนนสายชยางกูรเส้นทางอำนาจ

เจริญ-มุกดาหาร อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๓ กิโลเมตร บริเวณโดยรอบตกแต่งเป็นพุทธ

มณฑลสำหรับเป็นที่บำเพ็ญและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
แหล่งรุ่งเรืองเจ็ดลุ่มน้ำ

การก่อตั้งจังหวัดอำนาจเจริญได้มาจากการรวมอำเภอด้านเหนือของจังหวัดอุบลราชานี ที่มาจาก

ชาวลุ่มน้ำต่างๆ ๗ ลุ่มน้ำ ได้แก่ ชาวลุ่มน้ำโขง -อำเภอชานุมาน ชาวลุ่มน้ำละโอง-อำเภอเสนาง

คนิคม ชาวลุ่มน้ำพระเหลา-อำเภอพนาชาว ลุ่มน้ำห้วยยาง-อำเภอปทุมราชวงศา ชาวลุ่มน้ำเซ

บก-อำเภอลืออำนาจ ชาวลุ่มน้ำเซบาย-อำเภอหัวตะพาน ชาวลุ่มน้ำห้วยปลาแดกและเซบาย-อำเภอ

เมืองอำนาจเจริญ ทั้ง ๗ อำเภอล้วนมีประเพณี วัฒนธรรม มีแหล่งโบราณคดีด้านศาสนาและ

ศิลปกรรมมาแต่ครั้งอดีตกาล และต่อนี้ไป ประชาชนชาวเจ็ดลุ่มน้ำเหล่านี้จะผนึกกำลังกันพัฒนา

จังหวัดอำนาจเจริญให้เป็นแหล่งแห่งความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต
งามล้ำถ้ำศักดิ์สิทธิ์

อำนาจเจริญมีถ้ำศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญและมีชื่อเสียงโด่งดังคือ ถ้ำแสงแก้วและถ้ำแสงเพชร ซึ่งตั้งอยู่

บนแนวเทือกเขาเดียวกัน เป็นสถานที่ที่เชื่อกันว่ามีเทพศักดิ์สิทธิ์สิงสถิตอยู่ ภายในถ้ำมีพระพุทธ

รูปที่สวยงาม นักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศต่างมุ่งหน้าไปขอพรและปฏิบัติธรรมมิได้ขาด
เทพนิมิตพระเหลา

หมายถึงพระเหลาเทพนิมิต เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีลักษณะงดงามเป็นเลิศ ประดิษฐาน

อยู่ในวัดพระเหลาเทพนิมิตอำเภอพนาซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดอำนาจเจริญ "พระ

เหลา"เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์มาและเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่งดงามที่สุดในภาคตะวัน

ออกเฉียงเหนือซึ่งมีสมญานามว่า พระพุทธชินราชแห่งอีสาน มีความเชื่อว่าเทพยดาเป็นผู้นิมิต

ขึ้นมามีตำนานสร้างมาหลายร้อยปี ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายเป็นที่เคารพสักการะของปวงชน

ทั่วไป
เกาะแก่งเขาแสนสวย

ที่สุดแดนสยามของจังหวัดอำนาจเจริญด้านอำเภอชานุมาน มีแม่น้ำโขงกั้นเขตแดนระหว่างไทย

กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีเกาะ แก่งที่สวยงาม มีภูเขาและป่าไม้กลายเป็น

ทิวทัศน์ที่สวยงามตามธรรมชาติ ผู้คนสามารถไปเที่ยวชมและพักผ่อนได้ทุกฤดูกาล ผู้ใดได้ไปพบ

เห็นความสวยงามตามธรรมชาติแห่งนี้แล้วดุจดังต้องมนต์ขลังยากที่ลืมเลือน
เลอค่าด้วยผ้าไหม

ชาวอำนาจเจริญทุกอำเภอล้วนมีวัฒนธรรมการทอผ้า ทั้งผ้าไหม ผ้าฝ้าย และผ้าลายขิดที่มี

เอกลักษณ์เป็นของตนเองที่มีชื่อเสียงมากได้แก่การทอผ้าไหมบ้านเปือย อำเภอลืออำนาจ ผ้าไหม

บ้านสร้อย-บ้านจานลาน อำเภอพนา การทอผ้าลายขิดบ้านคำพระ อำเภอหัวตะพาน โดยเฉพาะ

ผ้าไหมบ้านเปือย ได้รับยกย่องจากสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถว่าเป็นผ้าไหมที่งดงาม

ล้ำเลอค่าและมีคุณภาพดีกว่าถิ่นใดๆ พระองค์ทรงกำหนดราคาขายไว้ให้อย่างเป็นธรรมโดยไม่ให้

เอาเปรียบผู้ผลิตด้วย
ราษฏร์เลื่อมใสใฝ่ธรรม

ชาวจังหวัดอำนาจเจริญมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อทางศาสนา มีความเลื่อมใส

ศรัทธาในศาสนาที่ตนนับถือ มีวัดให้ประกอบศาสนกิจทุกหมู่บ้าน ทวยราษฏร์เป็นคนดีมีคุณธรรม 

สังคมอำนาจเจริญอยู่กันด้วยความสุขสงบร่วมเย็น

การปกครองส่วนภูมิภาค
แบ่งออกเป็น 7 อำเภอ 56 ตำบล 653 หมู่บ้าน
อำเภอเมืองอำนาจเจริญ
อำเภอชานุมาน
อำเภอปทุมราชวงศา
อำเภอพนา
อำเภอเสนางคนิคม
อำเภอหัวตะพาน
อำเภอลืออำนาจ




Total: 0:               
 
    
หน้าแรก  |  ทนายความ  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//