ค้นหา:
 
     
ภาษาไทย | English
  หน้าแรก   ทนายความ   เว็บบอร์ด   เกี่ยวกับเรา   บทความ   วิธีการชําระเงิน   ติดต่อเรา
   เข้าสู่ระบบ!!    Mobile        รถเข็น      
สถิติของเวบไซต์

เปิดเวบเมื่อ 03/02/2549
ปรับปรุงเวบเมื่อ 07/10/2561
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 500

หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (500)
ผู้บริหารสภาทนายความ (ปี พศ. 2553-2556 )
ผู้บริหารสภา (ภูมิภาค) ปี พศ. 2548-2551
ทนายความประเทศไทย
ทนายความเอเชีย
ทนายความทั่วโลก
ทนายความอาเซียน
สมาชิกเครือข่ายทนายความ
คดีอาญา
คดีคนต่างด้าว(คนเข้าเมือง)
คดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง
คดีการก่อการร้าย
คดีความผิดต่อการปกครอง
คดีความผิดต่อเจ้าพนักงาน
คดีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
คดีเกี่ยวกับการยุติธรรม
คดีเกี่ยวกับศาสนา
คดีเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน
คดีก่อให้เกิดภยันตราย
คดีการปลอมและการแปลง
คดีความผิดเกี่ยวกับเงินตรา
คดีเกี่ยวกับดวงตราแสตมป์ และตั๋ว
คดีความผิดเอกสาร
คดีความผิดบัตรอิเลคทรอนิกส์
คดีความผิดหนังสือเดินทาง
คดีความผิดเกี่ยวกับการค้า
คดีความผิดเกี่ยวเพศ
คดีความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
คดีความผิดฐานทำให้แท้งลูก
คดีทอดทิ้งเด็กคนป่วยเจ็บหรือคนชรา
คดีความผิดต่อเสรีภาพและชื่อเสียง
คดีความผิดฐานเปิดเผยความลับ
คดีหมิ่นประมาท
คดีลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์
คดีกรรโชกทรัพย์
คดีรีดเอาทรัพย์
คดีชิงทรัพย์
คดีปล้นทรัพย์
คดีความผิดฐานซ่องโจร
คดีฉ้อโกง
คดีฉ้อโกงเจ้าหนี้
คดีความผิดฐานรับของโจร
คดีความผิดฐานยักยอกทรัพย์
คดีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
คดีความผิดฐานบุกรุก
คดียาเสพติด (ยาบ้า)
คดีหมิ่นประมาท
คดีทรัพย์สินทางปัญญา
คดีภาษีอากร
อนุญาโตตุลาการ
คดีองค์กรธุรกิจ
คดีครอบครัว
คดีสิ่งแวดล้อม
คดีที่ดิน
คดีล้มละลาย
คดีมรดก
คดีผิดสัญญาเช่าซื้อ
คดีผิดสัญญาซื้อขาย
คดีหนี้สภาบันการเงิน
คดีประกันชีวิต
คดีประกันภัย (รถยนต์)
คดีแรงงาน
คดีเกี่ยวกับกิจการโทรคมนาคม
คดีการค้าระหว่างประเทศ
คดีกู้ยืม
คดีบัตรเครดิต
คดีก่อสร้าง
คดีนิติบุคคล - อาคารชุด
คดีประกันภัยทางทะเล
ที่ปรึกษากฎหมายและธุรกิจ
คดีผิดสัญญา
คดีละเมิด
คดีกู้ยืม-จำนองทรัพย์สิน
คดีตั๋วเงิน (เช็ค)
บังคับคดี
อุทธรณ์ - ฎีกา
คดีเลือกตั้ง
คดีปกครอง
คดีมรดก
คดีนิติบุคคลอาคารชุด
คดีคุ้มครองผู้บริโภค
คดีเกี่ยวกับบุคคล
เพิกถอนการให้
คดีผิดสัญญาจ้างทำของ
ผิดสัญญาจ้างขนสินค้า
ผิดสัญญารับฝากทรัพย์
ผิดสัญญาค้ำประกัน
ผิดสัญญาจำนอง
ทนายความจังหวัดอำนาจเจริญ
ทนายความจังหวัดอ่างทอง
ทนายความกรุงเทพมหานคร
ทนายความจังหวัดบึงกาฬ
ทนายความจังหวัดเบตง
ทนายความจังหวัดบุรีรัมย์
ทนายความจังหวัดฉะเชิงเทรา
ทนายความจังหวัดชัยนาท
ทนายความจังหวัดชัยภูมิ
ทนายความจังหวัดจันทบุรี
ทนายความจังหวัดเชียงใหม่
ทนายความจังหวัดเชียงราย
ทนายความจังหวัดชลบุรี
ทนายความจังหวัดชุมพร
ทนายความจังหวัดกาฬสินธุ์
ทนายความจังหวัดกำแพงเพชร
ทนายความจังหวัดกาญจนบุรี
ทนายความจังหวัดขอนแก่น
ทนายความจังหวัดกระบี่
ทนายความจังหวัดลำปาง
ทนายความจังหวัดลำพูน
ทนายความจังหวัดเลย
ทนายความจังหวัดลพบุรี
ทนายความจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ทนายความจังหวัดมหาสารคาม
ทนายความจังหวัดมุกดาหาร
ทนายความจังหวัดนครนายก
ทนายความจังหวัดนครปฐม
ทนายความจังหวัดนครพนม
ทนายความจังหวัดนครราชสีมา
ทนายความจังหวัดนครสวรรค์
ทนายความจังหวัดนครศรีธรรมราช
ทนายความจังหวัดน่าน
ทนายความจังหวัดนราธิวาส
ทนายความจังหวัดหนองบัวลำภู
ทนายความจังหวัดหนองคาย
ทนายความจังหวัดนนทบุรี
ทนายความจังหวัดปทุมธานี
ทนายความจังหวัดปัตตานี
ทนายความจังหวัดพังงา
ทนายความจังหวัดพัทลุง
ทนายความจังหวัดพะเยา
ทนายความจังหวัดเพชรบูรณ์
ทนายความจังหวัดเพชรบุรี
ทนายความจังหวัดพิจิตร
ทนายความจังหวัดพิษณุโลก
ทนายความจังหวัดแพร่
ทนายความจังหวัดอยุธยา
ทนายความจังหวัดภูเก็ต
ทนายความจังหวัดปราจีนบุรี
ทนายความจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ทนายความจังหวัดระนอง
ทนายความจังหวัดระยอง
ทนายความจังหวัดราชบุรี
ทนายความจังหวัดราชบุรี
ทนายความจังหวัดร้อยเอ็ด
ทนายความจังหวัดสระแก้ว
ทนายความจังหวัดสกลนคร
ทนายความจังหวัดสมุทรปราการ
ทนายความจังหวัดสมุทรสาคร
ทนายความจังหวัดสมุทรสงคราม
ทนายความจังหวัดสระบุรี
ทนายความจังหวัดสตูล
ทนายความจังหวัดสิงห์บุรี
ทนายความจังหวัดศรีสะเกษ
ทนายความจังหวัดสงขลา
ทนายความจังหวัดสุโขทัย
ทนายความจังหวัดสุพรรณบุรี
ทนายความจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ทนายความจังหวัดสุรินทร์
ทนายความจังหวัดตาก
ทนายความอำเภอตะกั่วป่า
ทนายความจังหวัดตรัง
ทนายความจังหวัดตราด
ทนายความจังหวัดอุบลราชธานี
ทนายความจังหวัดอุดรธานี
ทนาย นิธิวัฒน์ (ป๊อบ) พรประเสร็ฐ
ทนายความจังหวัดอุทัยธานี
ทนายความจังหวัดอุตรดิตถ์
ทนายความจังหวัดยะลา
ทนายความจังหวัดยโสธร
หนังสือกฎหมาย
กฎหมายและพระราชบัญญัติ
เนติบัณฑิตยสภา
ปริญญาโทด้านกฎหมาย
สถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูง (อาจารย์ & สมาชิก)
เวปมาสเตอร์
สมาชิกใหม่
กฎหมาย
สำนักงานทนายความ

บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
แจ้งการชำระเงิน

จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

เว็บลิงค์
ตรวจคนเข้าเมืองออนไลน์
พินัยกรรมออนไลน์
จัดการมรดกออนไลน์
กฎหมายไทย
หนังสือกฎหมายไทย
ทนายความอาเซียน
ทนายความประเทศไทย
ทนายความทั่วโลก
สภาทนายความ
สถานทูตต่างประเทศในไทย
สถานทูตไทยในต่างประเทศ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
ศาลยุติธรรม
ศาลทรัพย์สินทางปัญญา
ศาลภาษีอากรกลาง
ศาลแรงงานกลาง
กรมราชทัณฑ์
โรงพยาบาลในประเทศไทย
กรมบังคับคดี
วีซ่า อเมริกา
ราชกิจจานุเบกษา
ข่าวหนังสือพิมพ์วันนี้
ค้นหาฎีกา
แปลไทย-อังกฤษ
รหัสไปรษณีย์
หลักสูตรการเรียนกฎหมายชั้นสูง (วิชา)
อสังหาริมทรัพย์ในอเมริกา
Video Link
หมอดูออนไลน์
กอล์ฟ
ประกันชีวิตและทรัยพ์สิน

Ẻͺ͹Ź
วัตถุประสงค์เข้าเยี่ยมเวปนี้
ค้นหาทนายความ
ค้นหากฎหมาย




สายด่วนทนายความ 089-226-8899

สินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >>> ทนายความจังหวัดอุดรธานี

ทนายความจังหวัดอุดรธานี

ทนายความจังหวัดอุดรธานี 089-226-8899
จังหวัดอุดรธานี เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ของประเทศไทย เดิมพื้นที่ตรงนี้เป็นบ้านเดื่อหมากแข้ง อุดรธานีได้รับการสถาปนาอย่างเป็นทางการในสมัยรัชกาลที่ 4 ปี พ.ศ. 2436 โดยพลตรี พระเจ้าบวรวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เกิดจากการรวมกันของหัวเมืองฝ่ายเหนือ คือ เมืองกุมภวาปี เมืองหนองหาน เมืองนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน และบ้านเดื่อหมากแข้ง อุดรธานีเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของอิสานตอนบน อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร 564 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 11,730 ตารางกิโลเมตร (ประมาณ 7,331,438.75 ไร่)อันดับที่ 4 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และยังมีแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของประเทศและของโลก มีสภาพภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ จังหวัดอุดรธานีเคยเป็นที่ตั้งของมณฑลอุดรในสมัยรัตนโกสินทร์ มีอาณาเขตปกครองกว้างใหญ่ที่สุดในประเทศ ปัจจุบันอุดรธานีเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางอากาศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมทั้งมีศูนย์ประชุมและวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนด้วย
ประวัติศาสตร์
จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีพบว่า บริเวณพื้นที่ที่เป็นจังหวัดอุดรธานีในปัจจุบัน เคยเป็นถิ่นที่อยู่ของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 5,000-7,000 ปี จากหลักฐานการค้นพบที่บ้านเชียง อำเภอหนองหานและภาพเขียนสีบนผนังถ้ำที่อำเภอบ้านผือ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นเป็นอย่างดีจนเป็นที่ยอมรับนับถือในวงการศึกษาประวัติศาสตร์และโบราณคดีระหว่างประเทศว่า ชุมชนที่เป็นถิ่นที่อยู่ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่จังหวัดอุดรธานี มีอารยธรรมความเจริญในระดับสูง และอาจถ่ายทอดความเจริญนี้ไปสู่ประเทศจีนก็อาจเป็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องปั้นดินเผาสีลายเส้นที่บ้านเชียงนั้นสันนิษฐานว่าอาจเป็นเครื่องปั้นดินเผาสีลายเส้นที่เก่าที่สุดของโลก
หลังจากยุคความเจริญที่บ้านเชียงแล้ว พื้นที่ที่เป็นจังหวัดอุดรธานีก็ยังคงเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์สืบต่อมาอีกจนกระทั่งสมัยประวัติศาสตร์ของประเทศไทย นับตั้งแต่สมัยทวารวดี (พ.ศ. 1200-1600) สมัยลพบุรี (พ.ศ. 1200-1800) และสมัยกรุงสุโขทัย (พ.ศ. 1800-2000) จากหลักฐานที่พบคือใบเสมาสมัยทวารวดีลพบุรี และภาพเขียนปูนบนผนังโบสถ์ที่ปรักหักพังบริเวณทิวเขาภูพาน ใกล้วัดพระพุทธบาทบัวบก อำเภอบ้านผือ แต่ทั้งนี้ยังไม่ปรากฏหลักฐานชื่ออุดรธานีปรากฏในประวัติศาสตร์แต่อย่างใด
ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี พื้นที่ที่เป็นจังหวัดอุดรธานีปรากฏในประวัติศาสตร์เมื่อราวปีจอ พ.ศ. 2117 พระเจ้ากรุงหงสาวดีได้ทรงเกณฑ์ทัพไทยให้ไปช่วยตีกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) โดยให้สมเด็จพระมหาธรรมราชากับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชยกทัพไปช่วยรบ แต่เมื่อกองทัพไทยมาถึงเมืองหนองบัวลำภูซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านของเมืองเวียงจันทน์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชประชวรด้วยไข้ทรพิษจึงยกทัพกลับไม่ต้องรบพุ่งกับเวียงจันทน์ และที่เมืองหนองบัวลำภูนี่เองสันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองที่มีความเจริญมาตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจ
ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีนั้น จังหวัดอุดรธานีได้เกี่ยวข้องกับการศึกสงคราม กล่าวคือในระหว่างปี พ.ศ. 2369-2371 ได้เกิดกบฏเจ้าอนุวงศ์ยกทัพเข้ามายึดเมืองนครราชสีมา ซึ่งมีผู้นำคือ คุณหญิงโม (ท้าวสุรนารี) กองทัพเจ้าอนุวงศ์ได้ถอยทัพมาตั้งรับที่เมืองหนองบัวลำภู และได้ต่อสู้กับกองทัพไทยและชาวเมืองหนองบัวลำภูจนทัพเจ้าอนุวงศ์แตกพ่ายไป กระทั่งในปลายรัชสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประมาณปี พ.ศ. 2411 ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นในมณฑลลาวพวน เนื่องมาจากพวกฮ่อซึ่งกองทัพไทยได้ยกขึ้นไปปราบปรามจนสงบได้ชั่วคราวพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม
ในปี พ.ศ. 2428 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พวกฮ่อได้รวมตัวก่อการร้ายกำเริบเสิบสานขึ้นอีกในมณฑลลาวพวนและฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง และมีท่าทีจะรุนแรง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม เป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้ และเจ้าหมื่นไวยวรนาถเป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายเหนือ ไปทำการปราบปรามพวกฮ่อ ในเวลานั้นเมืองอุดรธานีก็ยังไม่ปรากฏชื่อ เพียงแต่ปรากฏชื่อ "บ้านหมากแข้ง" หรือ "บ้านเดื่อหมากแข้ง" สังกัดเมืองหนองคายขึ้นการปกครองกับมณฑลลาวพวน และกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมแม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้ได้เดินทัพผ่านบ้านหมากแข้งไปทำการปราบปรามพวกฮ่อจนสงบภายหลังการปราบปรามฮ่อสงบแล้ว ไทยมีกรณีพิพาทกับฝรั่งเศส เนื่องจากฝรั่งเศลต้องการลาว เขมร และญวนเป็นอาณานิคม เรียกว่า "กรณีพิพาท ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436)" ด้วยพระปรีชาญาณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงยอมเสียสละส่วนน้อยเพื่อรักษาประเทศไว้ จึงทรงสละดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศส และตามสนธิสัญญาที่ทำขึ้นระหว่าง 2 ประเทศ มีเงื่อนไขห้ามประเทศสยามตั้งกองทหารและป้อมปราการอยู่ในรัศมี 25 กิโลเมตรของฝั่งแม่น้ำโขง
ดังนั้น หน่วยทหารไทยที่ตั้งประจำอยู่ที่เมืองหนองคาย อันเป็นเมืองศูนย์กลางของหัวเมืองหรือมณฑลลาวพวน ซึ่งมีกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมเป็นข้าหลวงใหญ่สำเร็จราชการ จำต้องอพยพเคลื่อนย้ายลึกเข้ามาจนถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งชื่อบ้านเดื่อหมากแข้ง (ซึ่งเป็นที่ตั้งจังหวัดอุดรธานีปัจจุบัน) ห่างจากฝั่งแม่น้ำโขงกว่า 50 กิโลเมตร เมื่อทรงพิจารณาเห็นว่าหมู่บ้านแห่งนี้มีชัยภูมิเหมาะสม เพราะมีแหล่งน้ำดี เช่น หนองนาเกลือ (หนองประจักษ์ปัจจุบัน) และหนองน้ำอีกหลายแห่งรวมทั้งห้วยหมากแข้งซึ่งเป็นลำห้วยน้ำใสไหลเย็น กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมทรงบัญชาให้ตั้งศูนย์มณฑลลาวพวน และตั้งกองทหารขึ้น ณ หมู่บ้านเดื่อหมากแข้ง จึงพอเห็นได้ว่าเมืองอุดรธานีได้อุบัติขึ้นโดยบังเอิญเพราะเหตุผลทางด้านความมั่นคงและการเมืองระหว่างประเทศ อีกทั้งเหตุผลทางการค้า การคมนาคมในอดีต
อย่างไรก็ตามคำว่า "อุดร" มาปรากฏในชื่อเมืองเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2450 (พิธีตั้งเมืองอุดรธานี 1 เมษายน ร.ศ. 127 พ.ศ. 2450 โดยพระยาศรีสุริยราช วรานุวัตร "โพธิ์ เนติโพธิ์") พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีกระแสพระบรมราชโองการให้จัดตั้งเมืองอุดรธานีขึ้นที่บ้านหมากแข้ง เป็นศูนย์กลางของมณฑลอุดร ครอบคลุม จังหวัด อุดรธานี ขอนแก่น หนองคาย เลย หนองบัวลำภู บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหารในสมัยนั้น หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2475 แล้วได้มีการปรับปรุงระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ยกเลิกการปกครองในระบบมณฑลในส่วนภูมิภาคยังคงเหลือเฉพาะจังหวัดและอำเภอเท่านั้นมณฑลอุดรจึงถูกยุบเลิกไปเหลือเพียงจังหวัด "อุดรธานี" เท่านั้น
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
อักษรย่อ: อด
คำขวัญประจำจังหวัด: หนองประจักษ์คู่เมือง ลือเลื่องแห่งธรรมะ อารยธรรมบ้านเชียงมรดกโลกห้าพันปี ธานีผ้าหมี่ขิด ธรรมชาติเนรมิตทะเลบัวแดง
ตราประจำจังหวัด: ตราประจำจังหวัดศิลปากรเป็นผู้ออกแบบเมื่อ พ.ศ. 2483
ธงประจำจังหวัด: เป็นธงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีแสด มีรูปท้าวเวสสุวัณซึ่งเป็นดวงตราประจำจังหวัดอยู่กลางผืนธง
ต้นไม้ประจำจังหวัด: เต็ง (Shorea obtusa) ดอกทองกวาว
ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกทองกวาว (Butea monosperma)
พรรณไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัด: ต้นรัง หรือ ต้นฮัง เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ สูง 15-20 เมตร ใบรูปไข่ ดอกสีเหลือง มีกลิ่นหอม ออกดอกในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน
อาณาเขตติดต่อ
อุดรธานีมีอาณาเขตติดกับจังหวัดอื่น ๆ ดังนี้
ทิศเหนือ จรดจังหวัดหนองคาย
ทิศตะวันออก จรดจังหวัดสกลนครและจังหวัดกาฬสินธุ์
ทิศใต้ จรดจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดกาฬสินธุ์
ทิศตะวันตก จรดจังหวัดเลยและจังหวัดหนองบัวลำภู
การปกครองแบ่งออกเป็น 20 อำเภอ 155 ตำบล 1,682 หมู่บ้าน อำเภอหมายเลข 12-16 ตามรหัสเขตการปกครองคืออำเภอในจังหวัดหนองบัวลำภูในปัจจุบัน
อำเภอเมืองอุดรธานี
อำเภอกุดจับ
อำเภอหนองวัวซอ
อำเภอกุมภวาปี
อำเภอโนนสะอาด
อำเภอหนองหาน
อำเภอทุ่งฝน
อำเภอไชยวาน
อำเภอศรีธาตุ
อำเภอวังสามหมอ
อำเภอบ้านดุง
อำเภอบ้านผือ
อำเภอน้ำโสม
อำเภอเพ็ญ
อำเภอสร้างคอม
อำเภอหนองแสง
อำเภอนายูง
อำเภอพิบูลย์รักษ์
อำเภอกู่แก้ว
อำเภอประจักษ์ศิลปาคม



Total: 0:               
 
    
หน้าแรก  |  ทนายความ  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//